โรคที่พบบ่อยบางโรคอาจส่งผลต่อการตกไข่ อสุจิ และสุขภาพของการตั้งครรภ์ แต่หลายคนที่มีโรคเหล่านี้ก็มีลูกที่แข็งแรงได้ สิ่งสำคัญคือการตรวจพบและดูแลรักษาก่อนปฏิสนธิ เพื่อให้ร่างกายพร้อมมากที่สุด
ทำไมโรคเหล่านี้จึงสำคัญ
ต่อมไทรอยด์ ตับอ่อน และรังไข่ล้วนช่วยควบคุมฮอร์โมน เมื่ออวัยวะใดทำงานผิดปกติ อาจกระทบต่อรอบเดือน การตกไข่ และการตั้งครรภ์ระยะแรก โรคเหล่านี้ส่วนใหญ่ตรวจได้ด้วยการตรวจง่ายๆ
| โรค | ผลต่อการมีบุตร | ผลต่อการตั้งครรภ์ |
|---|---|---|
| โรคไทรอยด์ | อาจทำให้ไม่ตกไข่ | ไทรอยด์ทำงานต่ำที่ไม่ได้รักษาเพิ่มความเสี่ยงแท้งและครรภ์เป็นพิษ |
| เบาหวาน | ต้องวางแผนก่อนพยายามมีบุตร | เสี่ยงแท้งและทารกตัวโตมากขึ้น |
| น้ำหนักน้อย | รอบเดือนไม่สม่ำเสมอ อาจไม่ตกไข่ | ปรึกษาเรื่องโภชนาการกับแพทย์ |
| ภาวะอ้วน | อัตราการตั้งครรภ์ต่ำลง ผู้ชายมีอสุจิน้อยลง | เสี่ยงเบาหวานขณะตั้งครรภ์และครรภ์เป็นพิษมากขึ้น |
| ความดันโลหิตสูง | อาจต้องทบทวนยาที่ใช้ | เสี่ยงครรภ์เป็นพิษมากขึ้น |
โรคของต่อมไทรอยด์
ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมเล็กๆ ที่คอ ทำหน้าที่ควบคุมการใช้พลังงานของร่างกาย NHS ระบุว่าทั้งภาวะไทรอยด์ทำงานเกิน (hyperthyroidism) และไทรอยด์ทำงานต่ำ (hypothyroidism) สามารถทำให้ไม่ตกไข่ได้
ฮอร์โมนไทรอยด์ยังสำคัญต่อการตั้งครรภ์ด้วย สมาคมไทรอยด์อเมริกันอธิบายว่าภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำที่ไม่ได้รักษาสัมพันธ์กับการแท้งและครรภ์เป็นพิษ (pre-eclampsia) และหากเป็นรุนแรงโดยไม่ได้รักษาอาจกระทบพัฒนาการสมองของทารก
- การตรวจเลือดง่ายๆ (TSH) บอกได้ว่าไทรอยด์ทำงานอย่างไร
- หากกินยาไทรอยด์อยู่ มักต้องเพิ่มขนาดยาเมื่อตั้งครรภ์ จึงควรติดต่อแพทย์ทันทีที่ตรวจพบว่าตั้งครรภ์
- กินยาไทรอยด์ห่างจากวิตามินที่มีธาตุเหล็กหรือแคลเซียมอย่างน้อย 4 ชั่วโมง
เบาหวาน
ระดับน้ำตาลในเลือดสูงในช่วงปฏิสนธิและตั้งครรภ์ระยะแรกอาจส่งผลต่อทารกที่กำลังพัฒนา NHS ระบุว่ามีความเสี่ยงแท้งและทารกตัวโตมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้คลอดยากขึ้น
- พบทีมดูแลเบาหวานแต่เนิ่นๆขอคำแนะนำก่อนตั้งครรภ์ก่อนหยุดคุมกำเนิด
- ควบคุม HbA1c ให้ถึงเป้าหมายNHS แนะนำให้ไม่เกิน 48 mmol/mol (6.5%) หากทำได้อย่างปลอดภัย แม้เข้าใกล้เป้าหมายก็ยังช่วยได้
- กินกรดโฟลิกขนาดสูงNHS แนะนำวันละ 5 มิลลิกรัมตามใบสั่งแพทย์ จนถึงอายุครรภ์ 12 สัปดาห์
- ทบทวนยาและการตรวจยาเม็ดบางชนิดอาจเปลี่ยนเป็นอินซูลิน และแนะนำให้ตรวจตาและไตด้วย
น้ำหนักตัว: น้ำหนักน้อยและภาวะอ้วน
น้ำหนักตัวเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัย และไม่ใช่เรื่องที่ต้องตำหนิใคร ASRM อธิบายว่า BMI 18.5 หรือต่ำกว่ามักทำให้รอบเดือนไม่สม่ำเสมอและอาจทำให้ไม่ตกไข่
เมื่อ BMI มากกว่า 30 อัตราการตั้งครรภ์จะต่ำลงแม้ตกไข่สม่ำเสมอ และเสี่ยงเบาหวานขณะตั้งครรภ์และครรภ์เป็นพิษมากขึ้น ในผู้ชาย น้ำหนักเกินสัมพันธ์กับจำนวนและการเคลื่อนที่ของอสุจิที่ลดลง
แพทย์ช่วยตั้งเป้าหมายที่ทำได้จริงโดยคำนึงถึงอายุและสุขภาพของคุณ การปรับการกินและการเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอมักได้ผลดีกว่าการอดอาหารอย่างเข้มงวด
ความดันโลหิตสูง
ความดันโลหิตสูงเรื้อรังเป็นปัจจัยเสี่ยงของภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งเป็นภาวะร้ายแรงระหว่างตั้งครรภ์ CDC แนะนำว่าการรักษาความดันโลหิตสูงมีความสำคัญทั้งก่อน ระหว่าง และหลังตั้งครรภ์
ยาลดความดันบางชนิดไม่เหมาะกับการตั้งครรภ์ แต่บางชนิดใช้ได้ แพทย์จะช่วยเปลี่ยนเป็นยาที่ปลอดภัยก่อนปฏิสนธิ
อย่าหยุดหรือเริ่มยาใดๆ โดยไม่ปรึกษาแพทย์ การหยุดยากะทันหันอาจอันตรายกว่าตัวยาเอง
ควรตรวจอะไรก่อนพยายามมีบุตร
การตรวจที่ควรสอบถาม
เรื่องที่ควรแจ้งแพทย์
การดูแลร่วมกับทีมแพทย์
หากคุณมีโรคใดโรคหนึ่งเหล่านี้ คุณอาจต้องพบแพทย์มากกว่าหนึ่งท่าน เช่น แพทย์ต่อมไร้ท่อ อายุรแพทย์ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีบุตร การแบ่งปันข้อมูลระหว่างแพทย์ช่วยให้ทุกคนวางแผนได้อย่างปลอดภัย
- นำผลตรวจล่าสุดและรายชื่อยาที่ใช้ไปทุกครั้งที่พบแพทย์
- แจ้งแพทย์ทุกท่านว่าคุณกำลังวางแผนตั้งครรภ์
- สอบถามว่าควรตรวจระดับฮอร์โมนหรือน้ำตาลบ่อยแค่ไหนในช่วงพยายามมีบุตรและตั้งครรภ์ระยะแรก
- ชวนคู่ของคุณไปตรวจสุขภาพด้วย
ตัวเลขที่ควรรู้
| ภาวะ | คำแนะนำจากแหล่งข้อมูล |
|---|---|
| เบาหวาน | HbA1c ควรไม่เกิน 48 mmol/mol (6.5%) ก่อนตั้งครรภ์ และไม่ควรพยายามมีบุตรหากเกิน 86 mmol/mol (10%) (NHS) |
| เบาหวาน | กรดโฟลิก 5 มก. ทุกวันตามใบสั่งแพทย์ จนตั้งครรภ์ได้ 12 สัปดาห์ (NHS) |
| ไทรอยด์ทำงานต่ำ | ความต้องการยาเลโวไทร็อกซินมักเพิ่ม 25–50% ระหว่างตั้งครรภ์ และควรตรวจไทรอยด์ประมาณทุก 4 สัปดาห์ในครึ่งแรก (ATA) |
| น้ำหนัก | BMI 18.5 หรือต่ำกว่ามักทำให้รอบเดือนไม่สม่ำเสมอและอาจไม่ตกไข่ (ASRM) |
- การตรวจตาสำหรับผู้เป็นเบาหวานสำคัญยิ่งขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ เพราะเสี่ยงต่อปัญหาตารุนแรงมากขึ้น
- ยาเบาหวานชนิดเม็ดมักถูกเปลี่ยนเป็นอินซูลิน อย่าเปลี่ยนยาเอง
- ไทรอยด์ทำงานเกินและทำงานต่ำล้วนทำให้ไม่ตกไข่ได้ (NHS)
คำถามที่ควรถามเมื่อพบแพทย์:
- ยาที่ใช้อยู่ปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือไม่ หรือควรเปลี่ยนก่อน
- ควรมีค่า HbA1c หรือผลไทรอยด์เท่าไรก่อนเริ่มพยายามมีบุตร
- ฉันต้องใช้กรดโฟลิกขนาดสูงหรือไม่
- เมื่อตรวจพบว่าตั้งครรภ์ ควรติดต่อใครทันที
เป้าหมายแตกต่างกันในแต่ละคน ควรถามแพทย์ว่าตัวเลขใดเหมาะกับคุณก่อนเริ่มพยายามมีบุตร
ควรพบแพทย์เมื่อไร
- คุณเป็นเบาหวาน โรคไทรอยด์ หรือความดันโลหิตสูง และกำลังวางแผนตั้งครรภ์
- พยายามมีบุตรมา 12 เดือนหากอายุต่ำกว่า 35 ปี 6 เดือนหากอายุ 35–39 ปี หรือน้อยกว่า 6 เดือนหากอายุ 40 ปีขึ้นไป
- รอบเดือนไม่สม่ำเสมอหรือขาดหายไป
- คุณมีอาการ เช่น อ่อนเพลียตลอดเวลา น้ำหนักเปลี่ยน รู้สึกร้อนหรือหนาวผิดปกติ หรือใจสั่น
- คุณกระหายน้ำมากหรือปัสสาวะบ่อย
- คุณกินยาไทรอยด์และเพิ่งรู้ว่าตั้งครรภ์
คำถามที่พบบ่อย
เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม
ได้ หลายคนที่เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้อย่างแข็งแรง โดยเฉพาะเมื่อวางแผนและควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีก่อนตั้งครรภ์
ยาไทรอยด์มีผลต่อการมีบุตรไหม
การรักษาที่เหมาะสมช่วยให้ระดับฮอร์โมนกลับสู่ปกติ ควรกินยาต่อเนื่องและให้แพทย์ตรวจระดับฮอร์โมนทั้งก่อนและระหว่างตั้งครรภ์
ต้องลดน้ำหนักให้ถึงเกณฑ์ก่อนรักษาหรือไม่
ไม่เสมอไป แพทย์จะพิจารณาภาพรวมของคุณ รวมถึงอายุ และวางแผนร่วมกับคุณ
บริการที่เกี่ยวข้องของ DBN
บทความที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิง
- Infertility: Causes — NHS
- Hypothyroidism in Pregnancy — American Thyroid Association
- Diabetes and pregnancy — NHS
- Weight and Fertility — ASRM ReproductiveFacts
- High Blood Pressure During Pregnancy — CDC
- Infertility: causes, diagnosis & treatment — Cleveland Clinic
