การดูแลใจและการสนับสนุน

คำถามที่ควรถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีบุตร

ควรเตรียมอะไร ถามอะไร และทำอย่างไรให้การพบแพทย์ครั้งแรกได้ประโยชน์มากที่สุด

4 นาทีในการอ่านตรวจทานโดย นพ.ม.ร.ว. ทองทิศ ทองใหญ่ สูตินรีแพทย์

ประเด็นสำคัญ

01นำผลตรวจเดิม รายชื่อยา และวันที่มีประจำเดือนไปด้วย
02หากมีคู่ควรไปด้วยกัน เพราะการตรวจภาวะมีบุตรยากมักต้องตรวจทั้งสองฝ่าย
03เขียนคำถามไว้ล่วงหน้า และจดคำตอบระหว่างพบแพทย์
04ขอรายละเอียดค่าใช้จ่ายแยกรายการทั้งหมดก่อนเริ่มการรักษา
05ไม่จำเป็นต้องตัดสินใจในวันนั้น กลับไปคิดก่อนได้

การพบแพทย์ด้านการมีบุตรครั้งแรกอาจมีข้อมูลมากมาย การเตรียมตัวล่วงหน้าช่วยให้จำคำถามได้และเข้าใจทางเลือกของตัวเอง ไม่มีคำถามใดที่ไร้สาระ และคุณสามารถใช้เวลาคิดก่อนตัดสินใจได้เสมอ

ก่อนวันนัด

แพทย์จะถามเรื่องสุขภาพ การตั้งครรภ์ที่ผ่านมา ระยะเวลาที่พยายามมีบุตร ประจำเดือน ประวัติการติดเชื้อ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต การเตรียมข้อมูลเหล่านี้ไว้ช่วยประหยัดเวลาและไม่ต้องตรวจซ้ำ

  1. รวบรวมเอกสารรวบรวมสำเนาผลตรวจเดิม ผลอัลตราซาวด์ และจดหมายจากแพทย์ท่านอื่น
  2. จดรายชื่อยาจดยา วิตามิน และอาหารเสริมทุกชนิด พร้อมขนาดที่ใช้
  3. จดรอบเดือนจดวันแรกของประจำเดือนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เพราะการตรวจบางอย่างต้องทำตามวันของรอบเดือน
  4. เขียนคำถามใช้เช็กลิสต์ด้านล่าง และนำปากกากับสมุดไปด้วย

หากเดินทางมาจากต่างประเทศ ควรสอบถามคลินิกล่วงหน้าว่ารับผลตรวจแบบใดได้บ้าง และอาจต้องพักนานเท่าไร

คำถามเรื่องการตรวจ

การตรวจภาวะมีบุตรยากมักตรวจทั้งสองฝ่าย ฝ่ายหญิงอาจตรวจฮอร์โมนในเลือด อัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่ และตรวจท่อนำไข่ ฝ่ายชายมักเริ่มจากการตรวจน้ำอสุจิ (semen analysis)

  • เราต้องตรวจอะไรบ้าง และเพราะอะไร
  • การตรวจแต่ละอย่างต้องทำวันไหนของรอบเดือน
  • การตรวจแต่ละอย่างมีค่าใช้จ่ายเท่าไร
  • ผลตรวจจะออกเมื่อไร และแพทย์จะอธิบายผลอย่างไร
  • ผลตรวจเดิมนำมาใช้ได้หรือไม่

คำถามเรื่องการรักษา

เมื่อทราบผลตรวจ แพทย์อาจแนะนำทางเลือก เช่น ปรับพฤติกรรม ยากระตุ้นการตกไข่ การฉีดเชื้อเข้าโพรงมดลูก (IUI) หรือเด็กหลอดแก้ว (IVF) ควรถามว่าทำไมทางเลือกหนึ่งจึงเหมาะกับคุณมากกว่าอีกทางเลือก

  • การรักษานี้มีประโยชน์กับเราอย่างไร และมีทางเลือกอื่นอะไรบ้าง
  • อายุของฉันมีผลต่อการเลือกการรักษาอย่างไร
  • ต้องใช้ยาอะไรบ้าง และอาจมีผลข้างเคียงอะไร
  • เราควรปรับพฤติกรรมอะไรบ้างเพื่อช่วยให้ดีขึ้น
  • หากการรักษานี้ไม่ได้ผล ขั้นต่อไปคืออะไร
  • การตรวจหรือบริการเสริมนี้จำเป็นสำหรับฉันจริงหรือไม่ และมีหลักฐานอะไรรองรับ

สำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ การรักษามาตรฐานที่พิสูจน์แล้วได้ผลโดยไม่ต้องใช้บริการเสริม การถามเหตุผลที่แนะนำบริการเสริมเป็นเรื่องปกติเสมอ

คลินิกอาจเสนอบริการเสริมนอกเหนือจากการรักษามาตรฐาน หน่วยงานกำกับดูแลของสหราชอาณาจักร (HFEA) แนะนำให้ถามคำถามเหล่านี้ก่อนตกลงใช้บริการเสริมใด ๆ

  • ทำไมจึงแนะนำบริการเสริมนี้สำหรับฉันโดยเฉพาะ
  • ทำงานอย่างไร และมีหลักฐานคุณภาพดีรองรับหรือไม่
  • มีความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงหรือไม่ และจะทำให้การรักษาล่าช้าหรือไม่
  • ต้องมาคลินิกเพิ่มหรือไม่
  • มีค่าใช้จ่ายเท่าไร และเงินนั้นควรใช้กับการรักษามาตรฐานอีกรอบดีกว่าหรือไม่

HFEA ระบุว่าสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ การรักษามาตรฐานที่พิสูจน์แล้วได้ผลโดยไม่ต้องใช้บริการเสริม

คำถามเรื่องค่าใช้จ่ายและระยะเวลา

หัวข้อสิ่งที่ควรถาม
ค่าใช้จ่ายรวมขอรายการราคาแยกรายละเอียดทั้งหมดได้ไหม
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมมีค่าใช้จ่ายใดที่อาจเพิ่มขึ้นโดยไม่คาดคิด เช่น ค่ายา
การยกเลิกหากต้องยกเลิกรอบการรักษา ค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไร
จำนวนครั้งที่ต้องมาต้องมาคลินิกกี่ครั้ง และใช้เวลานานเท่าไร
การดูแลด้านจิตใจมีบริการให้คำปรึกษาหรือไม่ และติดต่อใครเมื่อมีคำถาม
ควรทำ
  • จดบันทึก หรือขออนุญาตบันทึกประเด็นสำคัญ
  • ขอให้แพทย์อธิบายซ้ำในส่วนที่ไม่เข้าใจ
  • อ่านใบยินยอมอย่างละเอียดก่อนลงชื่อ
ควรหลีกเลี่ยง
  • รู้สึกกดดันว่าต้องตัดสินใจทันที
  • ละเว้นการแจ้งยาหรือการรักษาเดิมที่คิดว่าไม่สำคัญ
  • ดูตัวเลขเพียงตัวเดียวเมื่อเปรียบเทียบคลินิก

ความยินยอม การตรวจความปลอดภัย และการช่วยเหลือ

ก่อนเริ่มการรักษาจะมีเอกสารและการตรวจคัดกรอง การรู้ว่าแต่ละขั้นตอนมีไว้เพื่ออะไรช่วยให้ไม่กังวล

  • ฉันต้องให้ความยินยอมเรื่องใดบ้าง และเพราะอะไร
  • ข้อมูลส่วนตัวของฉันจะถูกนำไปใช้อย่างไร
  • ต้องตรวจการติดเชื้ออะไรบ้าง HFEA ระบุการตรวจเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี และซี ก่อนการรักษา
  • การเดินทางไปต่างประเทศเมื่อเร็ว ๆ นี้ต้องตรวจเพิ่มหรือไม่
  • มีบริการให้คำปรึกษาหรือดูแลด้านจิตใจอะไรบ้าง และมีค่าใช้จ่ายหรือไม่
  • หากใช้ผู้บริจาค เราและลูกจะทราบข้อมูลอะไรเกี่ยวกับผู้บริจาคได้บ้าง

อย่าลืมถามถึงการตรวจของฝ่ายชาย Cleveland Clinic ระบุว่าฝ่ายชายเป็นสาเหตุในราวครึ่งหนึ่งของกรณีมีบุตรยาก การตรวจน้ำอสุจิจึงควรอยู่ในการตรวจรอบแรก

ระหว่างและหลังการพบแพทย์

ในการพบแพทย์ครั้งแรก แพทย์มักซักประวัติอย่างละเอียด ตรวจร่างกาย และวางแผนการตรวจขั้นแรก แพทย์อาจถามเรื่องเพศสัมพันธ์และความถี่ด้วย คำถามเหล่านี้เป็นเรื่องปกติและช่วยหาสาเหตุ

  • บอกตามจริงเรื่องบุหรี่ แอลกอฮอล์ น้ำหนัก และความเครียด เพื่อให้แพทย์ช่วยได้ดีที่สุด
  • แจ้งประวัติการตั้งครรภ์ การแท้ง หรือการติดเชื้อที่ผ่านมา
  • ขอให้แพทย์วาดภาพหรือเขียนอธิบายหากช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น
  • สอบถามเรื่องบริการให้คำปรึกษาและกลุ่มสนับสนุนหากรู้สึกหนักใจ
  1. ทบทวนบันทึกทบทวนสิ่งที่ได้ฟังร่วมกันขณะที่ยังจำได้ดี
  2. นัดตรวจตรวจดูว่าการตรวจใดต้องทำตามวันของรอบเดือน แล้วจดลงปฏิทิน
  3. ติดตามผลจดคำถามใหม่ที่นึกได้ไว้ และถามในการนัดครั้งต่อไป

ทั่วโลกประมาณ 1 ใน 6 คนเคยประสบภาวะมีบุตรยากในช่วงหนึ่งของชีวิต คุณจึงไม่ได้อยู่เพียงลำพัง การมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาช่วยให้รู้สึกควบคุมสถานการณ์ได้มากขึ้น

รายการคำถามสำหรับพิมพ์

สิ่งที่ควรนำไป

เรื่องการตรวจ

เรื่องการรักษา

เรื่องค่าใช้จ่ายและเวลา

เครื่องหมายบันทึกไว้ในเบราว์เซอร์นี้เท่านั้น

ควรพบแพทย์เมื่อไร

  • อายุต่ำกว่า 35 ปีและพยายามมีบุตรมา 12 เดือนแล้วยังไม่ตั้งครรภ์
  • อายุ 35 ปีขึ้นไปและพยายามมา 6 เดือนแล้ว
  • ประจำเดือนไม่สม่ำเสมอหรือไม่มา
  • เคยได้รับการรักษามะเร็ง เคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือเคยผ่าตัดในอุ้งเชิงกราน

คำถามที่พบบ่อย

คู่ของฉันควรมาด้วยในครั้งแรกไหม

หากมาด้วยกันได้จะดีที่สุด เพราะมักต้องตรวจทั้งสองฝ่าย หากคู่มาไม่ได้ ให้สอบถามว่าจะนัดตรวจฝ่ายชายอย่างไร

การถามเรื่องค่าใช้จ่ายเสียมารยาทไหม

ไม่เลย ราคาที่ชัดเจนแยกรายการช่วยให้วางแผนได้ และคลินิกที่ดียินดีอธิบาย

ถ้าลืมคำถามจะทำอย่างไร

พิมพ์รายการนี้ไปด้วย และถามว่าหลังจากนั้นติดต่อใครได้ การถามเพิ่มเติมภายหลังเป็นเรื่องปกติ

บริการที่เกี่ยวข้องของ DBN

บทความที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

  1. Preparing for your clinic appointment — HFEA (UK fertility regulator)
  2. Infertility: diagnosis — NHS
  3. FAQ about infertility — ASRM (ReproductiveFacts.org)
  4. Infertility fact sheet — WHO
  5. Male infertility — Cleveland Clinic

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

นัดปรึกษาครั้งแรกฟรี — ทีมของเราตอบทาง LINE ภายในไม่กี่นาที

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับสถานการณ์ของคุณ

↑