การดูแลใจและการสนับสนุน

สุขภาพใจระหว่างการพยายามมีบุตร

ทำไมความเครียดเรื่องการมีบุตรจึงพบบ่อย ส่งผลต่อคู่รักอย่างไร และวิธีดูแลใจอย่างอ่อนโยน

3 นาทีในการอ่านตรวจทานโดย นพ.ม.ร.ว. ทองทิศ ทองใหญ่ สูตินรีแพทย์

ประเด็นสำคัญ

01ความเครียด เศร้า หรือกังวลระหว่างพยายามมีบุตรเป็นเรื่องที่พบบ่อยและเข้าใจได้
02ความกังวลมักสูงขึ้นก่อนการเก็บไข่ การย้ายตัวอ่อน และช่วงรอผลสองสัปดาห์
03คู่รักอาจรับมือต่างกัน การเข้าใจเรื่องนี้ช่วยให้พูดคุยและดูแลกันได้ดีขึ้น
04คุณขอรับการปรึกษาหรือการดูแลด้านจิตใจจากทีมรักษาได้ทุกขั้นตอน
05หากรู้สึกไม่ปลอดภัย ขอความช่วยเหลือทันที ในไทยโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

การพยายามมีบุตร รวมถึงการตรวจหรือรักษาภาวะมีบุตรยาก อาจส่งผลต่อความรู้สึก ความสัมพันธ์ และชีวิตประจำวันของคุณ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าภาวะมีบุตรยากอาจทำให้เกิดความเครียด ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และความรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง ความรู้สึกเหล่านี้พบได้บ่อย และมีความช่วยเหลือให้เสมอ

ทำไมการพยายามมีบุตรจึงรู้สึกหนักใจ

ภาวะมีบุตรยากพบได้บ่อย องค์การอนามัยโลกประมาณว่าราวหนึ่งในหกของคนวัยเจริญพันธุ์จะประสบภาวะนี้ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต แต่หลายคนยังรู้สึกโดดเดี่ยว เพราะเรื่องการมีบุตรไม่ค่อยถูกพูดถึงอย่างเปิดเผย

  • วงจรความหวังและความผิดหวังในแต่ละเดือน
  • แรงกดดันหรือคำถามจากครอบครัวและเพื่อน
  • การนัดพบแพทย์บ่อย การฉีดยา และการลางาน
  • ความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ผลการรักษา และอนาคต
  • ความรู้สึกผิด โทษตัวเอง หรือไม่มั่นใจในตัวเอง

ความรู้สึกของคุณไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นการตอบสนองตามปกติต่อประสบการณ์ที่ตึงเครียด

อารมณ์ในแต่ละช่วงของการรักษา

คู่มือสำหรับผู้ป่วยของ ESHRE (สมาคมเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์แห่งยุโรป) อธิบายว่าผู้เข้ารับการรักษาส่วนใหญ่จะมีอารมณ์เปลี่ยนไปในแต่ละช่วง การรู้ล่วงหน้าช่วยให้ความรู้สึกเหล่านี้น่ากลัวน้อยลง

ช่วงการรักษาความรู้สึกที่พบบ่อย
ช่วงกระตุ้นไข่ด้วยฮอร์โมนมักรู้สึกมีความหวังและมองโลกในแง่ดี
การเก็บไข่และการย้ายตัวอ่อนกังวลมากขึ้น อ่อนเพลีย และมักรู้สึกใกล้ชิดคู่มากขึ้น
ช่วงรอผลสองสัปดาห์ความกังวลและความเครียดมักสูงที่สุด
ผลตรวจการตั้งครรภ์เป็นลบอาจรู้สึกเศร้ามาก ซึ่งพบได้บ่อย

การรักษายังอาจกระทบการทำงาน ESHRE รายงานว่าราว 6 ใน 10 คนต้องลางานบ้างระหว่างรอบการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) การวางแผนล่วงหน้าและสอบถามคลินิกจะช่วยได้

เมื่อส่งผลต่อความสัมพันธ์

ภาวะมีบุตรยากอาจทำให้ความสัมพันธ์และชีวิตทางเพศตึงเครียด โดยเฉพาะเมื่อการมีเพศสัมพันธ์เริ่มกลายเป็นตารางนัด ESHRE ระบุว่าผู้หญิงและผู้ชายมักรู้สึกต่างกัน ผู้หญิงอาจเครียดมากกว่าก่อนเริ่มรักษา ส่วนผู้ชายอาจเงียบเพื่อดูแลคู่ แต่กลับรู้สึกโดดเดี่ยว

ควรทำ
  • พูดคุยอย่างเปิดใจถึงความรู้สึกของกันและกัน
  • ไปพบแพทย์ด้วยกันเมื่อทำได้
  • ตัดสินใจเรื่องการรักษาร่วมกัน
  • เผื่อเวลาทำสิ่งที่ชอบด้วยกันในฐานะคู่รัก
ควรหลีกเลี่ยง
  • โทษตัวเองหรือโทษคู่ของคุณ
  • คิดว่าคู่ไม่ใส่ใจเพียงเพราะเขาแสดงออกต่างจากคุณ
  • ปล่อยให้เรื่องการมีบุตรเป็นหัวข้อเดียวที่คุยกัน

วิธีดูแลใจอย่างอ่อนโยน

  1. หาข้อมูลที่ชัดเจนขอเอกสารอธิบายแต่ละขั้นตอน ESHRE ระบุว่าการเตรียมตัวช่วยลดความกังวลได้
  2. ถามเมื่อสงสัยไม่มีคำถามใดเล็กเกินไป การเข้าใจทางเลือกช่วยให้รู้สึกควบคุมสถานการณ์ได้มากขึ้น
  3. พึ่งพาคนรอบข้างเล่าให้คนที่ไว้ใจฟัง และเลือกได้ว่าจะบอกคนอื่นมากน้อยแค่ไหน
  4. ดูแลร่างกายการนอน การกินอาหารให้เป็นเวลา และการขยับร่างกายเบา ๆ ช่วยจัดการความเครียดในแต่ละวัน
  5. ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญผู้ให้คำปรึกษาหรือนักจิตวิทยาช่วยได้ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการรักษา

ASRM อธิบายว่ายังไม่ชัดเจนว่าความเครียดส่งผลต่อโอกาสตั้งครรภ์หรือไม่ จึงไม่ควรโทษตัวเองที่รู้สึกเครียด แต่การรับมือกับความเครียดให้ดีขึ้นก็ยังมีประโยชน์ เพราะช่วยให้รู้สึกควบคุมสถานการณ์ได้มากขึ้นและมีสุขภาวะที่ดีขึ้น

  • เดิน โยคะ หรือการออกกำลังกายแบบแอโรบิกอื่น ๆ
  • การทำสมาธิ การฝึกสติ หรือการจินตภาพแบบมีผู้นำ
  • การผ่อนคลายกล้ามเนื้อแบบก้าวหน้า
  • การเขียนบันทึกความคิดและความรู้สึก
  • การบำบัดด้วยการพูดคุย เช่น การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT)
  • กลุ่มสนับสนุนหรือกลุ่มให้ความรู้ร่วมกับผู้ที่กำลังรักษาเช่นกัน
คุณ
คู่ของคุณ
แพทย์และพยาบาล
นักให้คำปรึกษา
ครอบครัวและเพื่อน
กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน
วงล้อมของการสนับสนุนคุณอยู่ตรงกลาง (เรืองแสง) ล้อมรอบด้วยผู้ที่ช่วยได้: คู่ของคุณ แพทย์และพยาบาล นักให้คำปรึกษา ครอบครัวและเพื่อน และกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน

ที่ DBN คุณสามารถบอกแพทย์ได้เสมอว่ารู้สึกอย่างไร สุขภาพใจของคุณเป็นส่วนหนึ่งของการดูแล

ครอบครัวและเพื่อนช่วยได้อย่างไร

คำแนะนำที่หวังดีบางครั้งก็ทำให้เจ็บปวดได้ ASRM ระบุว่าการบอกให้ใครสักคน ผ่อนคลาย หรือ อย่าเครียด อาจทำให้เขารู้สึกถูกตำหนิและเครียดมากขึ้น การอยู่ข้าง ๆ และรับฟังมักเป็นสิ่งที่ช่วยได้มากที่สุด

ควรทำ
  • ถามว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง แล้วตั้งใจฟัง
  • เสนอความช่วยเหลือที่จับต้องได้ เช่น ขับรถไปส่งตามนัด
  • ให้เขาเป็นคนเลือกว่าจะเล่ามากน้อยแค่ไหน
ควรหลีกเลี่ยง
  • บอกให้เขา แค่ผ่อนคลาย
  • ถามซ้ำ ๆ เรื่องผลตรวจ หรือเมื่อไหร่จะมีลูก
  • เปรียบเทียบเขากับเรื่องของคนอื่น

เมื่อใดควรพบผู้ให้คำปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต

ESHRE แนะนำให้คลินิกเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยประเมินความต้องการด้านจิตใจ และส่งต่อผู้ที่จำเป็นไปรับการปรึกษาเรื่องภาวะมีบุตรยากหรือจิตบำบัด ลองขอความช่วยเหลือหาก

  • รู้สึกเศร้าหรือกังวลเกือบทุกวันและไม่ดีขึ้น
  • ทำงาน นอนหลับ หรือมีความสุขกับสิ่งต่าง ๆ ได้ยาก
  • ความสัมพันธ์ตึงเครียดอย่างมาก
  • ต้องตัดสินใจเรื่องยาก เช่น การหยุดรักษา
  • กำลังรับมือกับการสูญเสียหรือการรักษาที่ไม่สำเร็จ
  • คุณรู้สึกผิดหรือไร้ค่าแทบตลอดเวลา
  • คุณเริ่มถอยห่างจากเพื่อนหรือสิ่งที่เคยชอบ
  • การนอนหรือความอยากอาหารเปลี่ยนไป หรือคุณดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น

ความช่วยเหลืออาจมาจากนักจิตวิทยา จิตแพทย์ นักให้คำปรึกษา นักสังคมสงเคราะห์ หรือนักบำบัดครอบครัว รวมถึงกลุ่มสนับสนุนที่ช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยว ASRM แนะนำให้ขอให้แพทย์ส่งต่อไปยังผู้ที่มีประสบการณ์ด้านภาวะมีบุตรยาก

ช่วงสิ้นสุดการรักษาก็เป็นช่วงที่ต้องการการดูแลใจเช่นกัน ไม่ว่าคุณจะตั้งครรภ์หรือตัดสินใจหยุดรักษา ESHRE แนะนำให้นัดพูดคุยกับแพทย์ คุณอาจกังวลเรื่องการตั้งครรภ์ มีคำถามเกี่ยวกับทางเลือกอื่น หรือมีความรู้สึกเกี่ยวกับอนาคตที่ไม่มีบุตร

หากรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ขอความช่วยเหลือทันที ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิต ฟรี เป็นความลับ ตลอด 24 ชั่วโมง บอกคนที่ไว้ใจ และพยายามอย่าอยู่คนเดียว

ควรพบแพทย์เมื่อไร

  • อารมณ์ซึมเศร้าหรือกังวลเกือบทุกวันและไม่ดีขึ้น
  • นอนไม่หลับ กินไม่ได้ หรือใช้ชีวิตประจำวันลำบาก
  • รู้สึกหนักใจมากกับการตัดสินใจเรื่องการรักษา
  • หลังการสูญเสียการตั้งครรภ์หรือการรักษาที่ไม่สำเร็จ
  • มีความคิดทำร้ายตัวเอง ขอความช่วยเหลือด่วนหรือโทร 1323

คำถามที่พบบ่อย

รู้สึกเสียใจมากขนาดนี้เป็นเรื่องปกติไหม

ปกติค่ะ ความเครียด ความเศร้า และความกังวลพบได้บ่อยเมื่อพยายามมีบุตร โดยเฉพาะช่วงทำหัตถการและรอผล

คู่ของฉันดูเสียใจน้อยกว่า แปลว่าเขาใส่ใจน้อยกว่าหรือเปล่า

ไม่จำเป็นค่ะ คู่รักมักรับมือต่างกัน บางคนเงียบเพื่อดูแลอีกฝ่าย การพูดคุยกันอย่างเปิดใจจะช่วยได้

ขอรับการปรึกษาได้ทุกเมื่อไหม

ได้ค่ะ การดูแลด้านจิตใจช่วยได้ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการรักษา แจ้งแพทย์ได้เลย แพทย์จะช่วยหาความช่วยเหลือที่เหมาะสม

บริการที่เกี่ยวข้องของ DBN

บทความที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

  1. Infertility (fact sheet) — World Health Organization
  2. What psychosocial support should you get from your fertility clinic? (patient version of the ESHRE guideline) — ESHRE
  3. Help for suicidal thoughts — NHS
  4. 1323 Mental health hotline (สายด่วนสุขภาพจิต) — Department of Mental Health, Thailand (กรมสุขภาพจิต)
  5. Infertility counseling and support: when and where to find it — ASRM / ReproductiveFacts.org
  6. Stress and infertility — ASRM / ReproductiveFacts.org

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

นัดปรึกษาครั้งแรกฟรี — ทีมของเราตอบทาง LINE ภายในไม่กี่นาที

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับสถานการณ์ของคุณ

↑