การตรวจพันธุกรรมตัวอ่อนก่อนฝังตัว (Preimplantation genetic testing, PGT) คือการตรวจตัวอ่อนที่ได้จาก IVF หรือ ICSI ก่อนย้าย โดยนำเซลล์ไม่กี่เซลล์จากชั้นนอกของตัวอ่อนวันที่ 5 ไปวิเคราะห์ PGT ช่วยได้ในบางสถานการณ์ แต่ไม่แม่นยำ 100% และไม่ได้แทนการตรวจระหว่างตั้งครรภ์
PGT คืออะไร
PGT คือการตรวจพันธุกรรมตัวอ่อนก่อนย้าย ต้องทำร่วมกับ IVF หรือ ICSI เสมอ แม้ไม่มีปัญหามีบุตรยาก เพราะต้องเลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการ
| ชนิด | ตรวจหาอะไร | เหตุผลที่พบบ่อย |
|---|---|---|
| PGT-M | โรคทางพันธุกรรมยีนเดี่ยวที่ทราบในครอบครัว | คู่สมรสหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายเป็นพาหะโรคร้ายแรง |
| PGT-SR | การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโครโมโซม เช่น การสลับที่ (translocation) | พ่อหรือแม่มีการจัดเรียงโครโมโซมผิดปกติ |
| PGT-A | โครโมโซมขาดหรือเกิน (aneuploidy) | บางครั้งเสนอให้ผู้ที่แท้งซ้ำหรืออายุมาก |
ในสหราชอาณาจักร PGT-M ได้รับอนุมัติสำหรับโรคทางพันธุกรรมมากกว่า 2,000 โรค ส่วน PGT-A ไม่ได้ตรวจหาโรคเฉพาะ แต่ตรวจว่าตัวอ่อนมีจำนวนโครโมโซมปกติหรือไม่
เหมาะกับใคร
- คู่ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคทางพันธุกรรมร้ายแรง
- ผู้ที่เคยยุติการตั้งครรภ์เพราะโรคทางพันธุกรรม
- คู่สมรสที่มีการจัดเรียงโครโมโซมผิดปกติ
- การแท้งซ้ำ ซึ่ง PGT-A อาจช่วยลดความเสี่ยงการแท้ง
หน่วยงานกำกับดูแลของสหราชอาณาจักรประเมินว่า PGT-A ไม่ได้ช่วยเพิ่มโอกาสมีบุตรสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ แต่อาจลดการแท้ง ปรึกษาแพทย์ว่าเหมาะกับคุณหรือไม่
ขั้นตอนทีละขั้น
- รับคำปรึกษาก่อนแพทย์ทบทวนประวัติครอบครัวและผลตรวจพันธุกรรมที่มี เพื่อตัดสินว่า PGT ชนิดใดเหมาะกับคุณ
- ทำ IVF หรือ ICSIเก็บไข่และทำการปฏิสนธิ มักใช้ ICSI เมื่อจะตรวจตัวอ่อน
- เลี้ยงถึงระยะบลาสโตซิสต์การตรวจส่วนใหญ่ทำในระยะบลาสโตซิสต์ ประมาณวันที่ 5–7
- ตัดเซลล์ชั้นนอกนำเซลล์ไม่กี่เซลล์ออกจากชั้นนอก (trophectoderm) ที่จะเป็นรก โดยไม่แตะกลุ่มเซลล์ด้านใน (inner cell mass) ที่จะเป็นทารก
- แช่แข็งระหว่างรอผลปัจจุบันมักแช่แข็งตัวอ่อนระหว่างวิเคราะห์เซลล์ แล้วย้ายในรอบถัดไป
- ผลตรวจและการย้ายแพทย์อธิบายผลตรวจ และอาจเลือกตัวอ่อนที่ไม่มีความผิดปกติหนึ่งตัวเพื่อย้าย
รู้สึกอย่างไร และผลตรวจหมายความว่าอะไร
การตัดเซลล์ทำในห้องปฏิบัติการ คุณจึงไม่รู้สึกอะไรเพิ่ม ประสบการณ์ของคุณคือรอบ IVF ตามด้วยการย้ายตัวอ่อนแช่แข็งเป็นส่วนใหญ่ เวลาที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ใช้เวลานานขึ้นกว่าจะตั้งครรภ์
- ไม่พบความผิดปกติ (euploid): ไม่พบความผิดปกติในเซลล์ที่ตรวจ แต่ไม่ได้รับประกันการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์
- พบความผิดปกติ (aneuploid): ตัวอ่อนเหล่านี้มีโอกาสเจริญเป็นทารกน้อยลง
- โมเสก: มีทั้งเซลล์ปกติและผิดปกติ โอกาสอาจน้อยลง แต่มีรายงานทารกสุขภาพดีหลังย้ายตัวอ่อนโมเสก
- ไม่มีผล: บางครั้งการตรวจไม่สำเร็จและไม่ได้ผล
การเตรียมตัว
- นำผลตรวจพันธุกรรมของครอบครัวมาในการพบแพทย์ครั้งแรก
- สอบถามว่าผลแต่ละแบบจะมีความหมายอย่างไรต่อตัวอ่อนของคุณ
- วางแผนตรวจก่อนคลอดหากตั้งครรภ์
- อย่าคิดว่า PGT ตรวจพบปัญหาทางพันธุกรรมได้ทุกอย่าง
- อย่าคิดว่า PGT-A จะเพิ่มโอกาสมีบุตรแน่นอน
- ตรวจ PGT ชนิดใด และทำไมจึงเหมาะกับเรา
- ถ้าผลตรวจตัวอ่อนเป็นโมเสกหรือไม่ชัดเจนจะทำอย่างไร
- ค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมการแช่แข็งและเก็บรักษาเท่าไร
- จะได้พบผู้ให้คำปรึกษาทางพันธุศาสตร์ก่อนและหลังตรวจหรือไม่
ความเสี่ยงและข้อจำกัด
| ข้อจำกัด | ข้อมูลจากแหล่งอ้างอิง |
|---|---|
| ตัวอ่อนเสียหาย | การนำเซลล์ออกอาจทำให้ตัวอ่อนเสียหายและหยุดเจริญ |
| ผลผิดพลาด | ไม่แม่นยำ 100% อาจตรวจไม่พบความผิดปกติ หรือรายงานความผิดปกติที่ไม่มีจริง |
| ภาวะโมเสก | เซลล์ที่ตัดอาจไม่ได้เป็นตัวแทนของตัวอ่อนทั้งหมด งานวิจัยหนึ่งระบุความสอดคล้องระหว่างชิ้นตัดกับบลาสโตซิสต์ทั้งหมด 70–93% |
| ตัวอ่อนถูกทิ้ง | ผลผิดปกติที่ผิดพลาดอาจทำให้ตัวอ่อนที่ดีไม่ได้ถูกใช้ |
| สุขภาพของเด็ก | ไม่มีหลักฐานว่าทารกหลัง PGT-M หรือ PGT-SR มีปัญหาสุขภาพมากกว่าทารกจาก IVF อย่างเดียว |
เนื่องจาก PGT อาจให้ผลผิดพลาด จึงยังแนะนำการตรวจคัดกรองหรือตรวจวินิจฉัยก่อนคลอดเมื่อตั้งครรภ์ หลัง PGT-M งานวิจัยแนะนำการตรวจชิ้นเนื้อรก (CVS) หรือเจาะน้ำคร่ำ
- PGT-A ตรวจจำนวนโครโมโซม ไม่ได้วินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมเฉพาะ
- อาจวินิจฉัยผิดพลาดได้ เช่น จากภาวะโมเสก (มีเซลล์ปกติและผิดปกติปนกัน)
- การตัดชิ้นเนื้ออาจทำให้ตัวอ่อนเสียหายและหยุดเจริญได้ในบางครั้ง
- มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม และไม่ได้รับการสนับสนุนจาก NHS ในสหราชอาณาจักร
HFEA ระบุว่ายังมีหลักฐานน้อยว่า PGT-A ช่วยเพิ่มโอกาสมีบุตรสำหรับผู้มีบุตรยากส่วนใหญ่ และไม่มีการรับประกันผล ควรปรึกษาแพทย์ว่าเหมาะกับกรณีของคุณหรือไม่
PGT-M (สำหรับโรคจากยีนเดี่ยว) และ PGT-SR (สำหรับการจัดเรียงตัวผิดปกติของโครโมโซม) มีวัตถุประสงค์ชัดเจนกว่า คือใช้เมื่อครอบครัวมีโรคทางพันธุกรรมที่ทราบอยู่แล้ว คลินิกควรให้คำปรึกษาทางพันธุศาสตร์ก่อนตรวจ
DBN ดูแลอย่างไร
- PGT ใช้การตัดเซลล์ชั้นนอก (trophectoderm) ไม่กี่เซลล์ ซึ่งเป็นชั้นที่จะเป็นรก ไม่ใช่กลุ่มเซลล์ด้านใน
- เลี้ยงตัวอ่อนถึงวันที่ 5 (บลาสโตซิสต์) และสามารถแช่แข็งแบบวิทริฟิเคชันเก็บที่ −196 °C
- PGT เป็นบริการเสริม ประมาณ 35,000–55,000 บาท ปรึกษาครั้งแรกฟรี ราคายืนยันเมื่อพบแพทย์
ควรพบแพทย์เมื่อไร
- ครอบครัวมีโรคทางพันธุกรรมร้ายแรง
- ผลตรวจพาหะพบว่าคุณและคู่เป็นพาหะโรคเดียวกัน
- คุณหรือคู่มีการจัดเรียงโครโมโซมผิดปกติ
- เคยแท้งซ้ำหลายครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
การตัดเซลล์ทำอันตรายต่อเซลล์ที่จะเป็นทารกไหม
เซลล์ถูกนำจากชั้นนอก ไม่ใช่กลุ่มเซลล์ด้านใน อย่างไรก็ตาม การนำเซลล์ออกบางครั้งอาจทำให้ตัวอ่อนเสียหาย
ถ้าตัวอ่อนปกติ ยังต้องตรวจก่อนคลอดไหม
ยังต้อง เพราะ PGT ไม่แม่นยำ 100% จึงยังแนะนำการตรวจคัดกรองหรือตรวจวินิจฉัยก่อนคลอด
ย้ายตัวอ่อนโมเสกได้ไหม
บางกรณีได้ โอกาสอาจน้อยลง แต่มีรายงานทารกสุขภาพดี ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด
บริการที่เกี่ยวข้องของ DBN
บทความที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิง
- Pre-implantation genetic testing for aneuploidy (PGT-A) — HFEA
- Frequently asked questions about PGT-A — HFEA
- PGT-M and PGT-SR — HFEA
- Preimplantation genetic testing — NHS England Genomics Education Programme
- Should non-invasive prenatal testing be recommended for patients who achieve pregnancy with PGT? (BMC Pregnancy and Childbirth, 2024) — PubMed Central
