พาหะ (carrier) คือคนสุขภาพดีที่มียีนผิดปกติหนึ่งชุด หากทั้งสองฝ่ายเป็นพาหะของยีนเดียวกัน ลูกอาจได้รับโรครุนแรงได้ ในประเทศไทย ธาลัสซีเมียเป็นตัวอย่างที่สำคัญที่สุด และการตรวจคัดกรองก่อนตั้งครรภ์ช่วยให้คู่สมรสมีเวลาพิจารณาทางเลือก
การเป็นพาหะหมายความว่าอย่างไร
ยีนส่วนใหญ่ของเรามีสองชุด ได้จากพ่อและแม่อย่างละชุด ในโรคทางพันธุกรรมแบบยีนด้อย (recessive) คนจะเป็นโรคเมื่อมียีนผิดปกติทั้งสองชุด คนที่มียีนผิดปกติเพียงชุดเดียวเป็นพาหะ และมักไม่มีอาการ
| หากพ่อแม่เป็นพาหะทั้งคู่ การตั้งครรภ์แต่ละครั้งมีโอกาส | โอกาส |
|---|---|
| ลูกไม่เป็นพาหะและไม่เป็นโรค | ร้อยละ 25 (1 ใน 4) |
| ลูกเป็นพาหะที่สุขภาพดี | ร้อยละ 50 (1 ใน 2) |
| ลูกเป็นโรค | ร้อยละ 25 (1 ใน 4) |
โอกาสนี้ใช้กับการตั้งครรภ์แต่ละครั้งแยกกัน การมีลูกที่เป็นโรคหนึ่งคนไม่ได้แปลว่าอีกสามคนถัดไปจะไม่เป็นโรค
ธาลัสซีเมียในประเทศไทย
ธาลัสซีเมีย (thalassemia) คือกลุ่มโรคทางพันธุกรรมที่มีผลต่อฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนของเม็ดเลือดแดงที่นำออกซิเจน พบมากในคนเชื้อสายเมดิเตอร์เรเนียน เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันออกกลาง
- ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์รายงานว่า คนไทยร้อยละ 20 ถึง 30 เป็นพาหะแอลฟาธาลัสซีเมีย ประมาณร้อยละ 9 เป็นพาหะบีตาธาลัสซีเมีย และประมาณร้อยละ 13 เป็นพาหะฮีโมโกลบินอี (HbE)
- พาหะส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาสุขภาพ บางคนอาจมีภาวะโลหิตจางเล็กน้อย
- แอลฟาธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงที่สุด คือ ฮีโมโกลบินบาร์ตไฮดรอปส์ฟีทัลลิส (Hb Bart's hydrops fetalis) มักทำให้ทารกเสียชีวิตในครรภ์หรือแรกคลอด
- บีตาธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงอาจต้องได้รับเลือดเป็นประจำและรักษาภาวะเหล็กเกิน
ภายใต้กระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัยมีการตรวจคัดกรองธาลัสซีเมียในหญิงตั้งครรภ์และสามีที่มาฝากครรภ์ทุกราย เพื่อค้นหาคู่เสี่ยง การตรวจก่อนตั้งครรภ์ยิ่งดีกว่า เพราะทำให้มีทางเลือกมากขึ้น
การตรวจพาหะโรคอื่น ๆ
การตรวจธาลัสซีเมียเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกสำหรับคู่สมรสส่วนใหญ่ในประเทศไทย แต่ยังตรวจคัดกรองโรคยีนด้อยอื่น ๆ ได้ด้วย การตรวจที่เหมาะสมขึ้นกับเชื้อชาติ ประวัติครอบครัว และประวัติสุขภาพของคุณ
- โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากไขสันหลัง (SMA): ทำให้กล้ามเนื้อลีบและอ่อนแรงรุนแรง
- ซิสติกไฟโบรซิส (cystic fibrosis): มีผลต่อการหายใจและการย่อยอาหาร ASRM ระบุว่าพบบ่อยกว่าในคนเชื้อสายยุโรปเหนือ
- การตรวจแบบขยาย (expanded panel) ตรวจได้หลายสิบโรคจากตัวอย่างเลือดหรือน้ำลายเพียงครั้งเดียว
ไม่มีการตรวจคัดกรองใดที่ตรวจพบทุกโรค ผลลบช่วยลดความเสี่ยงแต่ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงหมดไป ควรถามแพทย์หรือผู้ให้คำปรึกษาทางพันธุศาสตร์ว่าผลตรวจครอบคลุมอะไรและไม่ครอบคลุมอะไร
ขั้นตอนการตรวจคัดกรอง
- ตรวจเลือดสำหรับธาลัสซีเมีย การตรวจรวมถึงความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) และการตรวจชนิดฮีโมโกลบิน (Hb typing) อาจต้องตรวจดีเอ็นเอสำหรับแอลฟาธาลัสซีเมีย
- ตรวจคู่สมรสหากฝ่ายหนึ่งเป็นพาหะ อีกฝ่ายจะได้รับการตรวจโรคเดียวกัน ผลของทั้งสองฝ่ายรวมกันจึงบอกความเสี่ยงของคู่สมรส
- รับคำปรึกษาทางพันธุศาสตร์หากเป็นคู่เสี่ยง ผู้ให้คำปรึกษาจะอธิบายว่าผลตรวจมีความหมายต่อลูกอย่างไร
- เลือกแนวทางคุณเป็นผู้ตัดสินใจเลือกทางที่เหมาะกับครอบครัว โดยไม่มีการกดดัน
ทำความเข้าใจผลตรวจ
Cleveland Clinic ระบุว่าตัวอย่างอาจเป็นเลือด น้ำลาย หรือการป้ายกระพุ้งแก้ม และผลมักใช้เวลาหลายวันถึงไม่กี่สัปดาห์
หากผลของคุณเป็นบวก Cleveland Clinic แนะนำให้คู่ของคุณตรวจด้วย สิ่งสำคัญคือทั้งคู่เป็นพาหะของโรคเดียวกันหรือไม่
| ผลตรวจ | ความหมาย | ขั้นต่อไป |
|---|---|---|
| คุณไม่ใช่พาหะ | ความเสี่ยงต่ำลงสำหรับโรคที่ตรวจ แต่ไม่ใช่ศูนย์ | เก็บผลไว้สำหรับการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป |
| มีเพียงฝ่ายเดียวเป็นพาหะ | สำหรับโรคยีนด้อย ลูกจะไม่เป็นโรคเว้นแต่พ่อแม่เป็นพาหะทั้งคู่ | ตรวจอีกฝ่ายหากยังไม่ได้ตรวจ |
| ทั้งคู่เป็นพาหะของโรคเดียวกัน | การตั้งครรภ์แต่ละครั้งมีโอกาส 1 ใน 4 ที่ลูกจะเป็นโรค | พบผู้ให้คำปรึกษาด้านพันธุกรรมเพื่อหารือทางเลือก |
- ขอรับคำปรึกษาด้านพันธุกรรมหลังได้ผลตรวจ
- หารือทุกทางเลือก รวมถึง IVF ร่วมกับ PGT ไข่หรืออสุจิจากผู้บริจาค และการรับบุตรบุญธรรม
- ถือว่าผลลบเป็นการรับประกันว่าลูกจะแข็งแรง
- คิดว่าผลของฝ่ายเดียวครอบคลุมทั้งสองคน
Cleveland Clinic ระบุว่าการตรวจคัดกรองพาหะไม่สามารถตรวจพบพาหะได้ 100% สำหรับหลายโรค และผลลบไม่ได้ตัดโรคทางพันธุกรรมทั้งหมดออกไป
ทางเลือกสำหรับคู่เสี่ยง
การรู้ว่าทั้งคู่เป็นพาหะอาจทำให้ไม่สบายใจ แต่ก็ทำให้มีทางเลือก ได้แก่ ตั้งครรภ์ตามธรรมชาติและตรวจระหว่างตั้งครรภ์ ทำเด็กหลอดแก้วร่วมกับการตรวจพันธุกรรมตัวอ่อน ใช้ไข่หรืออสุจิบริจาค หรือรับบุตรบุญธรรม
ในการตรวจ PGT-M ตัวอ่อนจากการทำเด็กหลอดแก้วจะถูกเลี้ยงจนถึงระยะบลาสโตซิสต์ (blastocyst) จากนั้นนำเซลล์จำนวนเล็กน้อยจากชั้นนอกมาตรวจหาโรคที่พ่อแม่เป็นพาหะ
PGT ไม่สามารถรับประกันว่าทารกจะปราศจากโรคทั้งหมด แพทย์มักแนะนำให้ยืนยันผลด้วยการตรวจชิ้นเนื้อรก (CVS) หรือการเจาะน้ำคร่ำระหว่างตั้งครรภ์
สิ่งที่คู่สมรสควรรู้
การตรวจคัดกรองพาหะเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคล และผลตรวจอาจทำให้เกิดความรู้สึกหลากหลาย ข้อต่อไปนี้ช่วยให้คุณเตรียมตัวได้
- เวลาที่ดีที่สุดคือก่อนตั้งครรภ์ หากไม่ได้ตรวจ ควรได้รับการตรวจคัดกรองในไตรมาสแรก
- การเป็นพาหะพบได้บ่อยและไม่ใช่ความผิดของใคร
- แจ้งผลตรวจกับพี่น้องและญาติ ซึ่งอาจเป็นพาหะด้วย
- เก็บสำเนาผลตรวจไว้สำหรับการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป
- สอบถามจนกว่าจะเข้าใจความเสี่ยงและทางเลือกของคุณ
ควรพบแพทย์เมื่อไร
- กำลังวางแผนตั้งครรภ์และยังไม่เคยตรวจคัดกรองธาลัสซีเมีย
- คุณหรือคู่มีประวัติครอบครัวเป็นธาลัสซีเมียหรือโรคทางพันธุกรรมอื่น
- ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทราบแล้วว่าเป็นพาหะ
- เคยตั้งครรภ์หรือมีบุตรที่เป็นโรคทางพันธุกรรม
คำถามที่พบบ่อย
ฉันรู้สึกสุขภาพดี ยังเป็นพาหะได้หรือไม่
ได้ พาหะส่วนใหญ่ไม่มีอาการ การตรวจเลือดจึงเป็นวิธีเดียวที่จะรู้ได้
หากเป็นพาหะเพียงฝ่ายเดียว ลูกมีความเสี่ยงหรือไม่
สำหรับโรคยีนด้อย โดยทั่วไปลูกจะไม่เป็นโรค แต่มีโอกาสร้อยละ 50 ที่จะเป็นพาหะ
ต้องทำเด็กหลอดแก้วจึงจะตรวจ PGT ได้หรือไม่
ใช่ การตรวจพันธุกรรมตัวอ่อนทำได้เฉพาะกับตัวอ่อนที่ได้จากการทำเด็กหลอดแก้ว
บริการที่เกี่ยวข้องของ DBN
บทความที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิง
- ธาลัสซีเมีย ในคนไทย (Thalassemia in Thai people) — Chulabhorn Royal Academy (Chulabhorn Channel)
- สธ. เร่งคัดกรองภาวะโลหิตจาง ค้นหาโรคธาลัสซีเมีย ในหญิงตั้งครรภ์ — Department of Health (กรมอนามัย), Ministry of Public Health Thailand
- Thalassaemia — NHS
- Carrier Screening — Cleveland Clinic
- Preimplantation Genetic Testing (PGT) — Cleveland Clinic
- Genetic Screening for Birth Defects — ASRM ReproductiveFacts.org
